เช็ค 8 ข้อนิสัยที่ทำให้คุณต้องเครียด

เช็ค 8 ข้อนิสัยที่ทำให้คุณต้องเครียด

ความเครียดเป็นสภาวะของอารมณ์ของคนที่ต้องเจอกับปัญหาต่างๆ เกิดความไม่สบายใจ วิตกกังวล รู้สึกกดดันหลายครั้งหลายอย่าง ที่หลายคนมักจะเครียดโดยที่ไม่รู้ตัว เพราะคนเรามักจะแสดงปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดไม่เหมือนกัน เพราะเมื่อเกิดความเครียด เราจะแสดงออกมาทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรม บางคนหงุดหงิดง่าย บางคนป่วยง่าย บางคนนอนไม่หลับ หากเรารู้วิธีจัดการ และบรรเทาความเครียดต่างๆ เหล่านั้นได้ อย่างน้อยก็ช่วยให้เราพร้อมรับมือกับความเครียดได้มากขึ้น ความเครียด (Stress) เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนในทุกเพศทุกวัย ปัจจุบันนี้พบว่า คนส่วนใหญ่มักมีอาการเครียดสะสม อันเนื่องมาจากการใช้ชีวิตที่ตึงเครียด บางรายมีความกดดันมาก และมีความคาดหวังในชีวิตสูง ซึ่งพอไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำให้มีอาการเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัวได้เช่นกัน ในบางรายอาจจะเป็นโรคซึมเศร้า หรือ โรควิตกกังวล ได้ในอนาคต

ที่บอกว่าเครียด เครียดแค่ไหน? ทุกวันนี้ความเครียดเป็นเรื่องที่เราได้ยินกันทั่วไป หิวก็เครียด อิ่มก็เครียด นอนไม่หลับก็เครียด เจอเรื่องหนักใจก็เครียด ซึ่งดูเป็นเรื่องปกติทั่วไปแต่เคยรู้กันไหมว่า ความเครียดที่ดูปกตินั้นแท้จริงแล้วอาจจะกำลังก่อตัวเป็นความผิดปกติ หรือโรคร้ายไม่พึงประสงค์ให้กับเราได้ ไม่ว่าจะเป็นมะเร็ง หลอดเลือดหัวใจ อาการทางจิต โรคซึมเศร้า ฯลฯ ฟังดูแล้วไม่เบาเลย แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเมื่อไหร่ที่อาการโรคเครียดนี้ เริ่มวิกฤติ หรืออันตรายต่อสุขภาพได้เลย ถ้าใครที่รู้ว่าเป็นเยอะๆแล้วก็ควรที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที

เมื่อเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความรับผิดชอบก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว จึงไม่แปลกที่หลายคนมีอาการเครียดหรือวิตกกังวลกับเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องงาน สถานะทางการเงิน หรือครอบครัว อย่างไรก็ตาม นิสัยบางอย่างก็สามารถทำให้คุณวิตกกังวลได้ไม่แพ้กัน ซึ่งความกลัวหรือความรู้สึกไม่ปลอดภัยอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ เราลองมาเช็คพร้อมกันเลยดีกว่าว่ามีนิสัยอะไรบ้างที่ควรเลิกได้แล้ว

1. พยายามทำให้ทุกคนพอใจ

การต้องคอยทำให้คนรอบข้างพอใจอยู่เสมออาจทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยในบางครั้ง โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับคนอื่นจนลืมคิดถึงตัวเอง หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป สุดท้ายคุณก็จะไม่มีความสุข ดังนั้นอย่าลืมให้ความสำคัญกับความต้องการของตัวเองก่อนที่จะหยิบยื่นความช่วยเหลือให้คนอื่น

2. นอนน้อยเกินไป

การนอนน้อยกว่า 7-8 ชั่วโมงต่อคืน อาจทำให้คุณอารมณ์ไม่ดี อ่อนเพลีย และวิตกกังวลในวันถัดไป การนอนน้อยก็อาจจะส่งผลทำให้เกิดการเสียสุขภาพร่างกายของคุณเองได้ นอกจากการนอนให้เพียงพอแล้ว ก็ควรพยายามจัดตารางนอนให้ได้เวลาเดิม และปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนเข้านอนทุกครั้ง

นอนน้อยเกินไป

3. ต้องการควบคุมทุกอย่าง

หากคุณเป็นคนที่ชอบบงการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ครอบครัว หรือความสัมพันธ์ ก็จะทำให้คุณเป็นคนที่เครียดง่ายและวิตกกังวลเกินเหตุ ทางออกที่ดีคือ การยอมรับว่าไม่มีใครที่สามารถควบคุมได้ทุกสิ่งทุกอย่าง การหัดมอบหมายงาน และการหัดเชื่อใจคนอื่น ก็อาจช่วยคลายความรู้สึกไม่สบายใจและความวิตกกังวลได้

4. ติดคาเฟอีน

การดื่มกาแฟ แม้ว่ากาแฟมีสารหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่การดื่มกาแฟมากเกินไป ก็สามารถทำให้เกิดผลเสีย หากคุณดื่มกาแฟ 4-6 แก้วต่อวัน ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดภาวะติดคาเฟอีน ส่งผลให้คุณมีอาการวิตกกังวล กระสับกระส่าย หงุดหงิด และนอนไม่หลับ ดังนั้นอย่าลืมจำกัดการดื่มกาแฟให้เหมาะสม เพื่อจะได้ไม่กลายเป็นคนที่ติดคาเฟอีน และไม่ทำร้ายตัวเอง โดยที่คุณไม่รู้ตัว

ไม่ทานอาหารเช้า

5. ไม่ทานอาหารเช้า

ทราบหรือไม่ว่า อาหารเช้าเป็นอาหารมื้อที่สำคัญมากที่สุดของวัน และคุณไม่ควรอดอาหารเช้าเป็นอันขาด คุณจำเป็นต้องทานอาหารเพื่อเติมพลังให้ร่างกาย เพราะการมีระดับพลังงานต่ำ เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะซึมเศร้า ความเครียด และความวิตกกังวลได้

ไม่ทานอาหารเช้า

6. ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

การดื่มแอลกอฮอล์อาจช่วยคลายความเศร้า หรือ ความเครียดได้ชั่วขณะหนึ่ง ถ้ากินแต่พอดี แต่ความจริงแล้วการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปกลับทำให้เกิดผลร้ายต่อตัวคุณเอง และคนอื่นๆได้ เช่น ความเครียด และความวิตกกังวล มากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น บางคนอาจมีอาการแฮงค์ในเช้าวันถัดมา หรือทำสิ่งที่ขาดสติโดยไม่ได้ตั้งใจ เมื่ออยู่ภายใต้ฤทธิ์ของน้ำเมา

ไม่ทานอาหารเช้า

7. ขาดความเป็นระเบียบ

การไม่จัดแจงสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดอาการวิตกกังวล และความเครียด ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ทำให้คุณเป็นคนขี้ลืมได้ง่าย อย่างไรก็ตาม คุณสามารถแก้ปัญหานี้ได้ง่าย ๆ โดยจัดตารางการทำงาน และจดสิ่งที่ต้องทำในวันถัดไปก่อนเข้านอน เมื่อมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี งานก็มีแนวโน้มที่จะออกมาราบรื่นได้ และทุกอย่างก็จะเป็นแบบแผนที่เราได้วางไว้

8. ใช้ชีวิตแบบเนือยนิ่ง

การใช้ชีวิตแบบนั่ง ๆ นอน ๆ สามารถทำให้เกิดอาการวิตกกังวล และทำให้มีปัญหาด้านอารมณ์ คุณสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองโดยเริ่มจากการทำกิจกรรมที่ไม่ต้องออกแรงมาก แล้วค่อย ๆ เพิ่มระดับความหนัก เมื่อเวลาผ่านไป นอกจากนี้คุณอาจหันมาดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกาย ซึ่งร่างกายจะผลิตฮอร์โมนเอ็นโดรฟินออกมามากขึ้น ฮอร์โมนชนิดนี้ทำให้คุณรู้สึกมีความสุข และอารมณ์ดีได้

ใช้ชีวิตแบบ เนือยนิ่ง

อย่างไรก็ตามปัญหาเครียดก็ยังมีอยู่กันทุกคน ขึนอยู่ว่าใครจะเป็นมากหรือเป็นน้อย เพราะฉะนั้นทุกคนจะต้องรู้จักรับมือ และแก้ไขปัญหาให้ได้ นอกจากวิธีการจัดการความเครียดเบื้องต้นแล้ว เรามาหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองอยู่ได้อย่างไม่เครียด หรือผ่อนคลาย และเครียดน้อยที่สุด เพียงแค่เรายอมรับความเปลี่ยนแปลงไปตามจริง ค่อย ๆ ปรับจนเป็นความเคยชิน ฝึกฝนใช้สติปัญญาของเราในการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มองหาโอกาสที่แฝงอยูในวิกฤติให้เจอในที่สุด

สารพัดวิธีในการจัดการกับความเครียด

  • การผ่อนคลายทางร่างกาย เช่น การหายใจลึกๆ การออกกำลังกาย การนวด
  • การพักผ่อน การรับประทานอาหาร การอาบน้ำอุ่น
  • การลดความตึงเครียดทางจิตใจ เช่น การสร้างอารมณ์ขัน การคิดใทางบวก
  • การดูภาพยนตร์ การฟังเพลง การหัวเราะ การหายใจลึกๆ การทำสมาธิ การใช้เทคนิคความเงียบ เพื่อหยุดความคิดของตัวเอง ในเรื่องที่ทำให้เครียด

สำหรับการฝึกคลายเครียดนั้น เมื่อเริ่มรู้สึกว่ามีอาการเครียดในระดับน้อยๆควรฝึกบ่อยๆ วันละ 2-3 ครั้ง และควรฝึกทุกวัน ต่อเมื่อฝึกจนชำนาญแล้วจึงลดลงเหลือเพียงวันละ 1 ครั้งก็พอ หรืออาจฝึกเฉพาะเมื่อรู้สึกเครียดเท่านั้นก็ได้ แต่อยากแนะนำให้ฝึกทุกวัน โดยเฉพาะก่อนนอนจะช่วยให้จิตใจสงบ และนอนหลับสบายขึ้น

Spider Girl

ผู้คลั่งไคล้การดูแล สุขภาพกาย และจิตใจ

คอมเม้น

image

มลจิ | 23 ธันวาคม 2021

เป็นวิธีการที่ดีน่าสนใจมาก ของลองไปทำดูก่อนนะคร้าบบบบ

image

ปิ้งปิ้ง | 27 ธันวาคม 2021

ใช่เลย เด่วลองบ้างคะ ตอนนี้เครียดมาก

image

ธงชัย | 26 ธันวาคม 2021

น่าสนใจดีครับ ผ่อนคลายได้ มีวิธีการช่วนเหลือตัวเองได้